Precious Peru
ฉลองการค้นพบ 100 ปี ของหนึ่งในมรดกโลก Machu Picchu ซากอารยธรรมของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในเปรูที่เดี๋ยวนี้จำกัดผู้เข้าชม เนื่องจากความเสียหายจากการไปเหยียบย่ำ ทำลายสถานที่ The Traveller จัดโปรแกรมพิเศษแบบอนุรักษ์เยือนมาชูปิกชู และสถานที่เปี่ยมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวอินคา พร้อมไกด์ความรู้ราวๆ 15 วัน
The Park of Hope and Love
ก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนกันยายน ฤดูที่เหมาะแก่การไปนั่งชิลที่สวนสาธารณะ People's Square อย่าตกใจไป หากพบเห็นคุณลุง คุณป้า นั่งเรียงรายกันเป็นแถวอยู่ใกล้ๆ พร้อมป้ายแปะไว้ตามต้นไม้ หรือหนีบไว้กับรั้ว นั่นคือป้ายที่เหล่าพ่อแม่มาหาคู่ให้ลูก หลาน ใครสนใจก็เข้ามาอ่าน และสอบถามได้ ( บางรายมีรูปลูก หลานติดโชว์ไว้ด้วย) แสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมหาคู่ให้ลูกหรือคลุมถุงชนแบบโบราณ ยังหลงเหลืออยู่ในสังคมจีนปัจจุบัน และยังมีสวนสนุก พร้อมเครื่องเล่นเต็มสตรีม และพิพิธภัณฑ์ MOCA อยู่ด้านใน เป็นทางเลือกของความบันเทิงอีกทางหนึ่งในกรุงเซี่ยงไฮ้
Slow Life in Vang Vieng
หลังจากไปสะบายดีหลวงพระบางเสร็จเรียบร้อย อย่าลืมแวะเมืองผ่านระหว่างหลวงพระบางไปเวียงจันทร์ เมืองเล็กๆที่ชื่อว่า "วังเวียง" ที่คุณจะเสพวิวทิวทัศน์ได้เต็มอิ่มผ่านตัวหมู่บ้านที่ทั้งสงบ และนาบนิ่ง ผ่านหุบเขา ลำธารหิน ภายใต้บรรยากาศทุ่งนาแบบเวียดนาม ผสมหุบเขาที่จีน แต่ก็แฟงด้วยความสะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยว ด้วยเกสต์เฮ้าส์ และร้านอาหารแบบเรียบง่าย พักที่ Inthira Vang Vieng ที่มีห้องพักหลากสไตล์
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555
สถานที่ท่องเที่ยวช่วงเดือนกันยายน
ป้ายกำกับ:
เซี่ยงไฮ้,
ท่องเที่ยว,
เปรู,
ยุโรป,
เวียงจันทร์,
หลวงพระบาง
วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
Chilling out in Copenhagen
คุณรู้ไหม? ที่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มีสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกถึง 2 แห่ง (แถมยังครองตำกหน่งรถไฟเหาะตีลังกาเก่าแก่ที่สุด) สวนสนุก Bakken ที่ตั้งอยู่กลางป่าสวย เงียบสงบ และ Tivoli สวนสนุกที่ห้อมล้อมด้วยทะเลสาบกลางใจเมือง พบร้านค้าขายของดีไซน์เก๋ๆ ทั่วเมืองแล้ว อย่าลืมแวะไปที่เมือง Danish capital ที่ขี้นชื่อว่าเป็นเมือง Eco อันดับต้นๆของโลกด้วยล่ะ
Extravgant Exclusive Experience in Ireland
ต้องการทริปหรู แบบส่วนตัวสุดๆไหม? Ballinacurra House ที่ไอร์แลนส์ พักบ้านสไตล์คันทรีแบบไอร์แลนส์แท้ๆ บนพื้นที่โอ่อ่าถึง 40 เอเคอร์ ส่วนตัวสุดๆ เพราะโอบล้อมด้วยกำแพงหินสูงชัน มีบริการระดับ 5 ดาว พร้อมบาร์ส่วนตัว ครัว และห้องนวด แถมยังเก๋ตรงที่พักได้ถึง 52 ท่าน ทั้งเป็นบ้านหลัก บ้านรอง และกระท่อมหรู
Run Came Run
ม้าแข่ง วัวกระทิงชน มีหรือจะเทียบอูฐวิ่ง ตื่นตากับการแข่งขันอูฐประจำปี ชมการแข่งขันยาวต่อเนื่องเพียงวันเดียวถึง 9 แมทตซ์พบโซว์คาร์นิวัลสุดพิเศษ พร้อมสาวนักเต้นสไตล์เบลลี่ และอาหาร เครืองดื่มพร้อมข้างสนาม
Spa Special in Maxico
ไปอเมริการหนนี้ อย่าลืมลัดเลาะไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโกนอนโรงแรมที่มีสปาเพื่อสุขภาเก๋ๆ ไม่ซ้ำใครตามสโลแกน Making Healthy People Healthier Since 1940 แถมยังมีดีกรี World's Best Destination Spa 2010 จากนิตยสาร Travel + Leisure พ่วงมาอีกด้วย คงช่วยการันตีถึงความไม่ธรรมดาของ Rancho La Puerta Tecate พ่วงมาอีกด้วย คงช่วยการันตีถึงความไม่ธรรมดาของ Rancho La Pureta Tecate ได้เป็นอย่างดี พบโปรแกรมมากมายทั้งกิจกรรมออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ สปาสไตล์หรู บริการ และความสะดวกสบายระดับเวิลด์คลาส
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
Extravgant Exclusive Experience in Ireland
ต้องการทริปหรู แบบส่วนตัวสุดๆไหม? Ballinacurra House ที่ไอร์แลนส์ พักบ้านสไตล์คันทรีแบบไอร์แลนส์แท้ๆ บนพื้นที่โอ่อ่าถึง 40 เอเคอร์ ส่วนตัวสุดๆ เพราะโอบล้อมด้วยกำแพงหินสูงชัน มีบริการระดับ 5 ดาว พร้อมบาร์ส่วนตัว ครัว และห้องนวด แถมยังเก๋ตรงที่พักได้ถึง 52 ท่าน ทั้งเป็นบ้านหลัก บ้านรอง และกระท่อมหรู
Run Came Run
ม้าแข่ง วัวกระทิงชน มีหรือจะเทียบอูฐวิ่ง ตื่นตากับการแข่งขันอูฐประจำปี ชมการแข่งขันยาวต่อเนื่องเพียงวันเดียวถึง 9 แมทตซ์พบโซว์คาร์นิวัลสุดพิเศษ พร้อมสาวนักเต้นสไตล์เบลลี่ และอาหาร เครืองดื่มพร้อมข้างสนาม
Spa Special in Maxico
ไปอเมริการหนนี้ อย่าลืมลัดเลาะไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโกนอนโรงแรมที่มีสปาเพื่อสุขภาเก๋ๆ ไม่ซ้ำใครตามสโลแกน Making Healthy People Healthier Since 1940 แถมยังมีดีกรี World's Best Destination Spa 2010 จากนิตยสาร Travel + Leisure พ่วงมาอีกด้วย คงช่วยการันตีถึงความไม่ธรรมดาของ Rancho La Puerta Tecate พ่วงมาอีกด้วย คงช่วยการันตีถึงความไม่ธรรมดาของ Rancho La Pureta Tecate ได้เป็นอย่างดี พบโปรแกรมมากมายทั้งกิจกรรมออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ สปาสไตล์หรู บริการ และความสะดวกสบายระดับเวิลด์คลาส
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ท่องเที่ยวช้อปปิ้งที่ดูไบ
Fashionably Late in Dubai
เหล่า Shopaholic อย่าพลาด Dubai Shopping Festival 2011 (วันที่ 20 มกราคม - 20 กุมภาพันธ์) สวรรค์สำหรับนักช้อปทุกเพศทุกวัย พบหลากหลายแบรนด์ดังหรูระดับโลกมีให้เลือกสรร แล้วอย่าลืมไปชมเทรนด์แฟชั่นอัพเดทฮ็อตฯ ใน "ดูไบแฟชั่นวีก" และหากจบทรปแล้วกระเป๋ายังตุง ไปพักกันต่อแบบหรูๆที่โรงแรมอาร์มานี่แห่งแรกของโลก ที่มีคอนเซ็ปต์เก๋ๆ Stay with Armani
Snuggle up in Quebec's Ice Hotel
ชวนกันไปอิงแอบในโรงแรมน้ำแข็งทางเหนือ Canada's Hotel de Glace ที่มีทั้งห้องนอน งานศิลปะ บาร์ แม้กระทั่งห้องสปาน้ำแข็ง รับรองว่ามีน้ำแข็งมากพอจะทำให้คุณตะลึง พักในบ้านพักน้ำแข็ง และโรงแรงหรูในเมืองควีเบ็ก แถมสนุกแบบหนาวๆกับกิจกรรมสุนัขลากเลื่อน
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
เหล่า Shopaholic อย่าพลาด Dubai Shopping Festival 2011 (วันที่ 20 มกราคม - 20 กุมภาพันธ์) สวรรค์สำหรับนักช้อปทุกเพศทุกวัย พบหลากหลายแบรนด์ดังหรูระดับโลกมีให้เลือกสรร แล้วอย่าลืมไปชมเทรนด์แฟชั่นอัพเดทฮ็อตฯ ใน "ดูไบแฟชั่นวีก" และหากจบทรปแล้วกระเป๋ายังตุง ไปพักกันต่อแบบหรูๆที่โรงแรมอาร์มานี่แห่งแรกของโลก ที่มีคอนเซ็ปต์เก๋ๆ Stay with Armani
Snuggle up in Quebec's Ice Hotel
ชวนกันไปอิงแอบในโรงแรมน้ำแข็งทางเหนือ Canada's Hotel de Glace ที่มีทั้งห้องนอน งานศิลปะ บาร์ แม้กระทั่งห้องสปาน้ำแข็ง รับรองว่ามีน้ำแข็งมากพอจะทำให้คุณตะลึง พักในบ้านพักน้ำแข็ง และโรงแรงหรูในเมืองควีเบ็ก แถมสนุกแบบหนาวๆกับกิจกรรมสุนัขลากเลื่อน
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553
หมู่เกาปอดะ ทะเลแหวก มหัศจรรย์สันทรายธรรมชาติ
สำหรับแพกเกจทัวร์ ไม่ว่าคุณจะพักอยู่ในเมืองกระบี่หรือหาดอ่าวนาง ผู้ให้บริการจะส่งรถมารับคุณถึงที่พักในช่วงเช้ามายังหาดอ่าวนาง หรือท่าเรือของบริษัททัวร์ จากนั้นเริ่มเที่ยวที่อ่าวไร่เลย์ตะวันตกเป็นที่แรก สปีดโบ้ตใช้เวลาเพียง 5 นาทีและ 10 นาทีสำหรับเรือหัวโทง อ่าวไร่เลย์นั้นถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งอ่าวนาง แต่ไม่มีทางรถไปถึง ต้องนั่งเรือไปเท่านั้น เพราะลักษณะของอ่าวที่เป็นที่ราบคอดกิ่วตรงกลางคล้ายกับแหลมยื่นเข้าไปในทะเล กั้นด้วยภูเขาหินปูนทั้งสองด้าน จึงแบ่งเป็นอ่าวไร่เลย์ตะวันตก และอ่าวไร่เลย์ตะวันออก
อ่าวไร่เลย์ตะวันตก มีชายหาดสวยทอดยาวต่อเนื่องไปจนถึงอ่าวต้นไทร เดินเที่ยวได้เมื่อน้ำลง อ่าวต้นไทรมีกิจกรรมเด่นคือการปีนหน้าผา จึงเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทางเดินเท้าผ่านที่ราบด้านหลังอ่าวไร่เลย์ตะวันตกไปเที่ยวอ่าวไร่เลย์ตะวันออกและหาดถ้ำพระนางได้
หาดถ้ำพระนาง เป็นชายหาดสวยอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ปลายสุดของแหลมอ่าวไร่เลย์ อันที่จริงก็เป็นหาดเดียวกับอ่าวไร่เลย์เพียงแต่มีภูเขาหินปูนกั้น หากไม่เดินจากอ่าวไร่เลย์ตะวันออกมาเที่ยว ก็นั่งเรือมาได้ หาดนี้เดินเที่ยวได้ตลอดความยาว 400 เมตร ทางทิศใต้ของชายหาดเป็นถ้ำที่ตั้งของศาลพระนาง ซึ่งชาวเรือให้ความเคารพ หน้าถ้ำมีทางเดินเท้าไปเที่ยวที่อ่าวไร่เลย์ตะวันออกได้ นอกจากจะได้มาชมวิวบนหาดนี้แล้ว ยังมีเกาะหินปูนตั้งอยู่ในทะเลคล้ายกับวิวทิวทัศน์ที่เกาะปอดะด้วย ปิดโปรแกรมเที่ยวในช่วงเช้า ผู้ประกอบการจะนำคุณนั่งเรือไปชมทะเลแหวก ที่เกาะไก่ เกาะทัพ เกาะหม้อ ทั้งสามเกาะนี้อยู่ในหมู่เกาะปอดะ วางตัวเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยมีเกาะไก่ ที่มีแท่งหินปูนท้ายเกาะด้านทิศใต้ ลักษณะคล้ายแม่ไก่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สองเกาะเล็ก ๆ ทางทิศเหนือคือเกาะทัพและเกาะหม้อ เมื่อยามน้ำลดจะมองดูคล้ายกับทะเลถูกทรายแหวกขึ้นมา จึงได้ชื่อว่า "ทะเลแหวก" และได้รับการยกย่องให้เป็น Unseen in Thailand
เกาะปอดะ เกาะที่เป็นเจ้าของหาดสวยใกล้ฝั่ง
หลังกินมื้อเที่ยงบนเกาะปอดะ คุณจะได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เกาะปอดะมีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะปอดะ อยู่ทางทิศใต้ของหาดอ่าวนาง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อยืนอยู่บนเกาะจึงมองเห็นทิวทัศน์อ่าวนางอยู่ไม่ไกล บนเกาะมีแนวชายหาดทอดยาวจากทิศเหนือ-ทิศตะวันออก จรดทิศใต้ ยกเว้นทิศตะวันตกซึ่งเป็นภูเขาหินปูนทำหน้าที่กำบังคลื่นลม ตลอดแนวหาดร่มรื่นไปด้วยทิวสน จึงเดินเที่ยวสบายไม่ร้อน ที่ชายหาดด้านทิศเหนือจะเห็นวิวเกาะปอดะใน ซึ่งเป็นเกาะหินตั้งอยู่เป็นมุมยอดนิยมในการถ่ายภาพ หากเดินเลียบหาดไปทางทิศตะวันออกและทิศใต้ก็จะได้ชมวิวเกาะไก่ และทะเลแหวกด้วย
ข้อมูลจาก : Places & Prices Magazine
อ่าวไร่เลย์ตะวันตก มีชายหาดสวยทอดยาวต่อเนื่องไปจนถึงอ่าวต้นไทร เดินเที่ยวได้เมื่อน้ำลง อ่าวต้นไทรมีกิจกรรมเด่นคือการปีนหน้าผา จึงเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทางเดินเท้าผ่านที่ราบด้านหลังอ่าวไร่เลย์ตะวันตกไปเที่ยวอ่าวไร่เลย์ตะวันออกและหาดถ้ำพระนางได้
หาดถ้ำพระนาง เป็นชายหาดสวยอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ปลายสุดของแหลมอ่าวไร่เลย์ อันที่จริงก็เป็นหาดเดียวกับอ่าวไร่เลย์เพียงแต่มีภูเขาหินปูนกั้น หากไม่เดินจากอ่าวไร่เลย์ตะวันออกมาเที่ยว ก็นั่งเรือมาได้ หาดนี้เดินเที่ยวได้ตลอดความยาว 400 เมตร ทางทิศใต้ของชายหาดเป็นถ้ำที่ตั้งของศาลพระนาง ซึ่งชาวเรือให้ความเคารพ หน้าถ้ำมีทางเดินเท้าไปเที่ยวที่อ่าวไร่เลย์ตะวันออกได้ นอกจากจะได้มาชมวิวบนหาดนี้แล้ว ยังมีเกาะหินปูนตั้งอยู่ในทะเลคล้ายกับวิวทิวทัศน์ที่เกาะปอดะด้วย ปิดโปรแกรมเที่ยวในช่วงเช้า ผู้ประกอบการจะนำคุณนั่งเรือไปชมทะเลแหวก ที่เกาะไก่ เกาะทัพ เกาะหม้อ ทั้งสามเกาะนี้อยู่ในหมู่เกาะปอดะ วางตัวเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยมีเกาะไก่ ที่มีแท่งหินปูนท้ายเกาะด้านทิศใต้ ลักษณะคล้ายแม่ไก่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สองเกาะเล็ก ๆ ทางทิศเหนือคือเกาะทัพและเกาะหม้อ เมื่อยามน้ำลดจะมองดูคล้ายกับทะเลถูกทรายแหวกขึ้นมา จึงได้ชื่อว่า "ทะเลแหวก" และได้รับการยกย่องให้เป็น Unseen in Thailand
เกาะปอดะ เกาะที่เป็นเจ้าของหาดสวยใกล้ฝั่ง
หลังกินมื้อเที่ยงบนเกาะปอดะ คุณจะได้พักผ่อนตามอัธยาศัย เกาะปอดะมีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะปอดะ อยู่ทางทิศใต้ของหาดอ่าวนาง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อยืนอยู่บนเกาะจึงมองเห็นทิวทัศน์อ่าวนางอยู่ไม่ไกล บนเกาะมีแนวชายหาดทอดยาวจากทิศเหนือ-ทิศตะวันออก จรดทิศใต้ ยกเว้นทิศตะวันตกซึ่งเป็นภูเขาหินปูนทำหน้าที่กำบังคลื่นลม ตลอดแนวหาดร่มรื่นไปด้วยทิวสน จึงเดินเที่ยวสบายไม่ร้อน ที่ชายหาดด้านทิศเหนือจะเห็นวิวเกาะปอดะใน ซึ่งเป็นเกาะหินตั้งอยู่เป็นมุมยอดนิยมในการถ่ายภาพ หากเดินเลียบหาดไปทางทิศตะวันออกและทิศใต้ก็จะได้ชมวิวเกาะไก่ และทะเลแหวกด้วย
ข้อมูลจาก : Places & Prices Magazine
วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ย้อนรอยโครเอเชีย
มนุษย์ได้อยู่อาศัยในดินแดนแถบนี้ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อ 30,000 - 50,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยพบหลักฐานมนุษย์โบราณที่เมืองคราพิน่า (Krapina) ปัจจุบันอยู่ทางตอนเหนือของโครเอเชีย
ราว 1,200 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอินโด-ยูโรเปี้ยน (Indo-European) หลายกลุ่ม ได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ตลอดพื้นที่ราบ ชายฝั่งและบนเกาะต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป อาทิ อิสเตรียน (Istrian), ลิเบอร์เนี่ยน (Liburnian), ดัลมาเขี่ยน (Dalmatian) และ จาพอด (Japod) (ซึ่งขึ้นอยู่กับดินแดนที่ชนกลุ่มต่างๆ มาอาศัยตั้งรกราก) แต่โดยทั่วไปรู้จักดินแดนแถบนี้ในนาม อิลลิเรีย (Illyria)
ราวศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ชาวเคลท์ (Celt หรือ Kelt) อพยพจากยุโรปกลางมาค้นหาดินแดนใหม่ทางยุโรปตะวันตก ในขณะเดียวกันชาวกรีกก็ได้มาตั้งอาณานิคมบริเวณเกาะของแคว้นดัลมาเชีย อาทิ เกาะ Vis และ Hvar
ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ชาวโรมันบุกโครเอเชียและสร้างเมืองต่างๆ ขึ้นในแคว้นอิสเทรีย (Istria : ตั้งอยู่ริมทะเลอาเดรียติค ทางตะวันตกเฉียงเหนือในปัจจุบัน) มีเมืองสำคัญ คือ Porec, Vorinj, Pula
ชาวโรมันได้สร้างกำแพงเมือง, ท่อส่งน้ำ (Aqueduct), โรงละคร (Amphitheatre) ซึ่งวันนี้สามารถเห็นได้ที่เมืองพุลา (Pula) รวมทั้งที่เมืองสปลิต (Split) พระราชวังของจักรพรรดิไดโอคลิเชียน ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างใหญ่โต
ราวศตวรรษที่ 7 ชาวโครแอ็ท (Croat) เดินทางมาจากยุโรปตะวันออก เข้ามาผสมกลมกลืนกับผู้คนชาวโรมันและผู้อพยพในดินแดนแถบนี้ กระทั่งปี ค.ศ.925 เจ้าชายโทมิสลาฟ (Tomislav : ค.ศ.? - 928) ได้ขึ้นสวมมงกุฏเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของ ราชอาณาจักรโครแอ็ท (Kingdom of the Croats) ต่อมาไม่นานนักชาวฮังกาเรียนเข้าบุก ในที่สุดโครเอเชียก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของฮังการี ในปี ค.ศ.1102
ศตวรรษที่ 15 ถูกบุกครั้งใหญ่โดยชาวเติร์ก (Turk) สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เติร์กได้บุกตะลุยไปตลอดพื้นที่ทั้งหมดของโครเอเชียและดินแดนส่วนใหญ่ของฮังการี
ศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์ฮับสบูร์ก (Habsburgs) ของออสเตรีย (Austria) ได้รวมเอาฮังการีไว้ในอำนาจ พื้นที่ซึ่งเคยอยู่ใต้อำนาจของฮังการีทั้งหมดจึงตกอยู่ใต้อำนาจของออสเตรียโดยปริยาย เกิดเป็น จักรวรรดิ ออสโตร-ฮังกาเรียน (Austro-Hungarian) นับเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองและความขัดแย้ง โดยเฉพาะบนคาบสมุทรบอลข่าน จักรวรรดิอันใหญ่โตเป็นที่รวมของผู้คนหลายเผ่าพันธุ์ และหลายศาสนา ชาวโครแอ็ทก็เป็นหนึ่งในความขัดแย้งนั้น เพราะต้องการให้แผ่นดินของตนเป็นอิสระ
ปี ค.ศ.1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โครเอเชียรวมกับเพื่อนบ้านบนคาบสมุทรบอลข่าน เข้าเป็นประเทศเกิดใหม่มีชื่อว่า "อาณาจักรยูโกสลาเวีย" โดยใช้กรุงเบลเกรด เมืองหลวงของรัฐเซอร์เบีย เป็นเมืองหลวงของอาณาจักร อำนาจของประเทศตกอยู่กับขุนนางเซอร์เบีย ซึ่งพยายามสร้างประโยชน์ให้กับชาวเซิร์บ (Serb) ผู้นับถือศาสนาคริสต์ นิกายออโธดอกซ์ (Orthodox) ส่วนชาวโครแอ็ทเป็นคริสต์นิกายแคธอลิค (Catholic) ถูกปฏิบัติดั่งพลเมืองชั้นสอง จึงเกิดเป็นแรงชาตินิยมต่อต้านชาวเซิร์บ
ปี ค.ศ.1941 โครเอเชียถูกกองทัพนาซีบุก ชาวโครแอ็ทลุกขึ้นต่อสู้ โดยมีผู้นำคนสำคัญคือ นายพลติโต้ และกล่าวกันว่าแม้จะเป็นสงครามต่อต้านนาซี แต่ชาวโครแอ็ทและชาวเซิร์บ กลับต่อสู้กันเอง ฆ่ากันตายมากกว่าทำสงครามกับนาซี
ปี ค.ศ.1945 นายพลติโต้ หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ของยูโกสลาเวีย มีชัยชนะเหนือนาซี ได้รวม 6 รัฐ คือ เซอร์เบีย, โครเอเชีย, สโลวีเนีย, มาซีโดเนีย, บอสเนีย และมอนเตเนโกร เข้าเป็น "ประเทศยูโกสลาเวีย" โดยใช้เมืองเบลเกรด เมืองหลวงรัฐเซอร์เบีย เป็นเมืองหลวงของประเทศ มีรูปแบบการปกครองแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) นายพลติโต้ ผู้เป็นประธานาธิบดีได้สร้างให้ยูโกสลาเวียเป็นประเทศที่โด่งดัง มีคนรู้จักไปทั่วโลก และยังเป็นประเทศที่มีสถิตินักท่องเที่ยวสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกในสมัยนั้น
ปี ค.ศ.1980 นายพลติโต้ เสียชีวิต ยูโกสลาเวียเริ่มวุ่นวาย
ปี ค.ศ.1991 เดือนกรกฎาคม รัฐสโลวีเนีย ประกาศแยกตัวจากยูโกสลาเวีย เป็นประเทศเอกราชได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ในเดือนมิถุนายน รัฐโครเอเชียประกาศแยกตัวออกมาก่อน แต่ชาวเซิร์บซึ่งมีอยู่ราว 1 ใน 3 ของประชากรโครเอเชียไม่ยอมและร้องขอให้รัฐบาลกลางที่กรุงเบลเกรดส่งทหารมาช่วย สงครามกลางเมืองโครเอเชียจึงเกิดขึ้น การสู้รบอย่างดุเดือดดำเนินอยู่ 5 ปี ชาวโครแอ็ทเป็นฝ่ายชนะ ตั้งเป็น สาธารณรัฐโครเอเชียได้สำเร็จ
ข้อมูลจาก : Travel Guide Magazine
ราว 1,200 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอินโด-ยูโรเปี้ยน (Indo-European) หลายกลุ่ม ได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ตลอดพื้นที่ราบ ชายฝั่งและบนเกาะต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป อาทิ อิสเตรียน (Istrian), ลิเบอร์เนี่ยน (Liburnian), ดัลมาเขี่ยน (Dalmatian) และ จาพอด (Japod) (ซึ่งขึ้นอยู่กับดินแดนที่ชนกลุ่มต่างๆ มาอาศัยตั้งรกราก) แต่โดยทั่วไปรู้จักดินแดนแถบนี้ในนาม อิลลิเรีย (Illyria)
ราวศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล ชาวเคลท์ (Celt หรือ Kelt) อพยพจากยุโรปกลางมาค้นหาดินแดนใหม่ทางยุโรปตะวันตก ในขณะเดียวกันชาวกรีกก็ได้มาตั้งอาณานิคมบริเวณเกาะของแคว้นดัลมาเชีย อาทิ เกาะ Vis และ Hvar
ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ชาวโรมันบุกโครเอเชียและสร้างเมืองต่างๆ ขึ้นในแคว้นอิสเทรีย (Istria : ตั้งอยู่ริมทะเลอาเดรียติค ทางตะวันตกเฉียงเหนือในปัจจุบัน) มีเมืองสำคัญ คือ Porec, Vorinj, Pula
ชาวโรมันได้สร้างกำแพงเมือง, ท่อส่งน้ำ (Aqueduct), โรงละคร (Amphitheatre) ซึ่งวันนี้สามารถเห็นได้ที่เมืองพุลา (Pula) รวมทั้งที่เมืองสปลิต (Split) พระราชวังของจักรพรรดิไดโอคลิเชียน ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างใหญ่โต
ราวศตวรรษที่ 7 ชาวโครแอ็ท (Croat) เดินทางมาจากยุโรปตะวันออก เข้ามาผสมกลมกลืนกับผู้คนชาวโรมันและผู้อพยพในดินแดนแถบนี้ กระทั่งปี ค.ศ.925 เจ้าชายโทมิสลาฟ (Tomislav : ค.ศ.? - 928) ได้ขึ้นสวมมงกุฏเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของ ราชอาณาจักรโครแอ็ท (Kingdom of the Croats) ต่อมาไม่นานนักชาวฮังกาเรียนเข้าบุก ในที่สุดโครเอเชียก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของฮังการี ในปี ค.ศ.1102
ศตวรรษที่ 15 ถูกบุกครั้งใหญ่โดยชาวเติร์ก (Turk) สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เติร์กได้บุกตะลุยไปตลอดพื้นที่ทั้งหมดของโครเอเชียและดินแดนส่วนใหญ่ของฮังการี
ศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์ฮับสบูร์ก (Habsburgs) ของออสเตรีย (Austria) ได้รวมเอาฮังการีไว้ในอำนาจ พื้นที่ซึ่งเคยอยู่ใต้อำนาจของฮังการีทั้งหมดจึงตกอยู่ใต้อำนาจของออสเตรียโดยปริยาย เกิดเป็น จักรวรรดิ ออสโตร-ฮังกาเรียน (Austro-Hungarian) นับเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองและความขัดแย้ง โดยเฉพาะบนคาบสมุทรบอลข่าน จักรวรรดิอันใหญ่โตเป็นที่รวมของผู้คนหลายเผ่าพันธุ์ และหลายศาสนา ชาวโครแอ็ทก็เป็นหนึ่งในความขัดแย้งนั้น เพราะต้องการให้แผ่นดินของตนเป็นอิสระ
ปี ค.ศ.1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โครเอเชียรวมกับเพื่อนบ้านบนคาบสมุทรบอลข่าน เข้าเป็นประเทศเกิดใหม่มีชื่อว่า "อาณาจักรยูโกสลาเวีย" โดยใช้กรุงเบลเกรด เมืองหลวงของรัฐเซอร์เบีย เป็นเมืองหลวงของอาณาจักร อำนาจของประเทศตกอยู่กับขุนนางเซอร์เบีย ซึ่งพยายามสร้างประโยชน์ให้กับชาวเซิร์บ (Serb) ผู้นับถือศาสนาคริสต์ นิกายออโธดอกซ์ (Orthodox) ส่วนชาวโครแอ็ทเป็นคริสต์นิกายแคธอลิค (Catholic) ถูกปฏิบัติดั่งพลเมืองชั้นสอง จึงเกิดเป็นแรงชาตินิยมต่อต้านชาวเซิร์บ
ปี ค.ศ.1941 โครเอเชียถูกกองทัพนาซีบุก ชาวโครแอ็ทลุกขึ้นต่อสู้ โดยมีผู้นำคนสำคัญคือ นายพลติโต้ และกล่าวกันว่าแม้จะเป็นสงครามต่อต้านนาซี แต่ชาวโครแอ็ทและชาวเซิร์บ กลับต่อสู้กันเอง ฆ่ากันตายมากกว่าทำสงครามกับนาซี
ปี ค.ศ.1945 นายพลติโต้ หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ของยูโกสลาเวีย มีชัยชนะเหนือนาซี ได้รวม 6 รัฐ คือ เซอร์เบีย, โครเอเชีย, สโลวีเนีย, มาซีโดเนีย, บอสเนีย และมอนเตเนโกร เข้าเป็น "ประเทศยูโกสลาเวีย" โดยใช้เมืองเบลเกรด เมืองหลวงรัฐเซอร์เบีย เป็นเมืองหลวงของประเทศ มีรูปแบบการปกครองแบบสมาพันธรัฐ (Confederation) นายพลติโต้ ผู้เป็นประธานาธิบดีได้สร้างให้ยูโกสลาเวียเป็นประเทศที่โด่งดัง มีคนรู้จักไปทั่วโลก และยังเป็นประเทศที่มีสถิตินักท่องเที่ยวสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกในสมัยนั้น
ปี ค.ศ.1980 นายพลติโต้ เสียชีวิต ยูโกสลาเวียเริ่มวุ่นวาย
ปี ค.ศ.1991 เดือนกรกฎาคม รัฐสโลวีเนีย ประกาศแยกตัวจากยูโกสลาเวีย เป็นประเทศเอกราชได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ในเดือนมิถุนายน รัฐโครเอเชียประกาศแยกตัวออกมาก่อน แต่ชาวเซิร์บซึ่งมีอยู่ราว 1 ใน 3 ของประชากรโครเอเชียไม่ยอมและร้องขอให้รัฐบาลกลางที่กรุงเบลเกรดส่งทหารมาช่วย สงครามกลางเมืองโครเอเชียจึงเกิดขึ้น การสู้รบอย่างดุเดือดดำเนินอยู่ 5 ปี ชาวโครแอ็ทเป็นฝ่ายชนะ ตั้งเป็น สาธารณรัฐโครเอเชียได้สำเร็จ
ข้อมูลจาก : Travel Guide Magazine
วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ป่าหินแห่งลู่หนาน
กล่าวกันว่าเมื่อครั้งเปิดเมืองคุนหมิง สู่ตลาดท่องเที่ยวทัวร์จีนในเมืองไทยใหม่ๆนั้น ถ้าไม่มีสถานที่แห่งนี้แล้ว คงยากนักที่ คุนหมิง จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยในเร็ววันอย่างที่เห็น นั่นคือ ปาหินแห่ง ลู่หนาน ซี่งเราคนไทยรู้จักกันดีในนาม "ป่าหินแห่ง คุนหมิง" นั่นเอง
มลฑลหยุนหนาน อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน โดยลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่บนที่ราบสูงหินปูน หยุน-กุ้ย เกาหยวน หรือที่ราบสูง หยุนหนาน-กุ้วโจว ที่ราบสูงหินปูนแห่งนี้มึความสูงเฉลี่ยราว 1,000 -2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลกินอณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลของสองมณฑล คือ มณฑลหยุนหนาน และ มณฑลกุ้ยโจว และบางส่วนลึกเข้าไปถึงเขตปกครองตนเอง กว่างซี-จ้วง ที่มี กุ้ยหลิน เป็นบริเวณที่แสดงถึงภูมิประเทศแบบเทือกเขาหินปูนได้ชัดเจนที่สุด
และยิ่งใน กุ้ยโจว แล้ว แทบทั้งมณฑลหาที่ราบไม่ค่อยได้ มีแต่ภูเขา ภูเขา และภูเขา และเป็นภูเขาหินปูนเกือบทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า กุ้ยโจวจะเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีภูมิทัศน์น่าตื่นตามี่สุด โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ หุบเหวน้ำตกร้อยสาย หม่หลิ่ง เหอ น้ำตก ทวงกว่อซึ่ หรือกระทั่งถ้ำ จวือ จิน อันเป็นสุดยอดถ้ำอัดับหนึ่งของแผ่นดินจีน ล้วนตั้งอยู่ในมณฑลนี้ทั้งสิ้น
ลักษณะทางภูมิศาสนตร์ของที่ราบสูงดังกล่าว มีข้อสันนิษฐานกันว่าเมื่อราว 270 ล้านปีก่อน เคยเป็นบริเวณที่จมอยู่ใต้ทะเล กระทั้งเมื่อเวลาผ่านไปพื้นดินใต้น้ำส่วนที่เป็นหินปูนถูกแรงดันใต้ผิวโลกผลักขนสูงขี้นโปล่พ้นผิวน้ำกลายเป็นที่ราบสูงหินปูน หยุน-กุ้ย ขี้นมา
การค้นพบซากฟอสซิลสัตว์ใต้ทะเลในบริเวณป่าหิน ช่วยสนับสนุนว่าข้อสันนิษฐานนี้เป็นความจริง
หินปูนเป็นหินที่ถูกทำลายโดยธรรมชาติได้ง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง เพียงน้ำฝนตกลงมาปะปนกับอากาศ ( ซึ่งมี คาร์บอนไดอ็อกไซต์ เป็นส่วนประกอบ) น้ำฝนนั้นจะกลายเป็นกรดอ่อนๆที่สามารถกัดทำลายเนื้อหินปูนได้โดยง่าย
ทั้งน้ำซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ อันไหลซอกซอนกัดลึกลงไปแยกเสื้อหินปูนทั้งแสดงแดดที่แผดเผาจนเสื้อหินแตกกระเทาะบิ่น ซ้ำแรงลมพัดเซาะให้เนื้อหินที่แตกออกจากกันหลุดร่วงลงมา เวลาผ่านไปนับล้านๆปี หินปูนจะเปลี่ยนรูปไปตามแรงธรรมชาติที่กระทำ จึงทำให้เราสังเกตได้ง่ายว่าบริเวณไหนเป็นภูเขาหินปูน ด้วยการสังเกตจากรูปร่างอันแสนพิสดารต่างๆที่ได้ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
ที่มา นิตยสาร Travel Guide
มลฑลหยุนหนาน อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน โดยลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่บนที่ราบสูงหินปูน หยุน-กุ้ย เกาหยวน หรือที่ราบสูง หยุนหนาน-กุ้วโจว ที่ราบสูงหินปูนแห่งนี้มึความสูงเฉลี่ยราว 1,000 -2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลกินอณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลของสองมณฑล คือ มณฑลหยุนหนาน และ มณฑลกุ้ยโจว และบางส่วนลึกเข้าไปถึงเขตปกครองตนเอง กว่างซี-จ้วง ที่มี กุ้ยหลิน เป็นบริเวณที่แสดงถึงภูมิประเทศแบบเทือกเขาหินปูนได้ชัดเจนที่สุด
และยิ่งใน กุ้ยโจว แล้ว แทบทั้งมณฑลหาที่ราบไม่ค่อยได้ มีแต่ภูเขา ภูเขา และภูเขา และเป็นภูเขาหินปูนเกือบทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า กุ้ยโจวจะเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีภูมิทัศน์น่าตื่นตามี่สุด โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ หุบเหวน้ำตกร้อยสาย หม่หลิ่ง เหอ น้ำตก ทวงกว่อซึ่ หรือกระทั่งถ้ำ จวือ จิน อันเป็นสุดยอดถ้ำอัดับหนึ่งของแผ่นดินจีน ล้วนตั้งอยู่ในมณฑลนี้ทั้งสิ้น
ลักษณะทางภูมิศาสนตร์ของที่ราบสูงดังกล่าว มีข้อสันนิษฐานกันว่าเมื่อราว 270 ล้านปีก่อน เคยเป็นบริเวณที่จมอยู่ใต้ทะเล กระทั้งเมื่อเวลาผ่านไปพื้นดินใต้น้ำส่วนที่เป็นหินปูนถูกแรงดันใต้ผิวโลกผลักขนสูงขี้นโปล่พ้นผิวน้ำกลายเป็นที่ราบสูงหินปูน หยุน-กุ้ย ขี้นมา
การค้นพบซากฟอสซิลสัตว์ใต้ทะเลในบริเวณป่าหิน ช่วยสนับสนุนว่าข้อสันนิษฐานนี้เป็นความจริง
หินปูนเป็นหินที่ถูกทำลายโดยธรรมชาติได้ง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง เพียงน้ำฝนตกลงมาปะปนกับอากาศ ( ซึ่งมี คาร์บอนไดอ็อกไซต์ เป็นส่วนประกอบ) น้ำฝนนั้นจะกลายเป็นกรดอ่อนๆที่สามารถกัดทำลายเนื้อหินปูนได้โดยง่าย
ทั้งน้ำซึ่งเป็นกรดอ่อนๆ อันไหลซอกซอนกัดลึกลงไปแยกเสื้อหินปูนทั้งแสดงแดดที่แผดเผาจนเสื้อหินแตกกระเทาะบิ่น ซ้ำแรงลมพัดเซาะให้เนื้อหินที่แตกออกจากกันหลุดร่วงลงมา เวลาผ่านไปนับล้านๆปี หินปูนจะเปลี่ยนรูปไปตามแรงธรรมชาติที่กระทำ จึงทำให้เราสังเกตได้ง่ายว่าบริเวณไหนเป็นภูเขาหินปูน ด้วยการสังเกตจากรูปร่างอันแสนพิสดารต่างๆที่ได้ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน
ที่มา นิตยสาร Travel Guide
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สถานที่ท่องเที่ยวฝรั่งเศส
หลายคนที่คิดจะไปทัวร์ยุโรป คงไม่พลาดฝรั่งเศส ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีโบราณสถาน ประติมากรรมจำนวนมากทั่วประเทศ และถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งก็ว่าได้ สินค้าที่เป็นที่เลื่องลืออย่างมากคือ น้ำหอม นักท่องเที่ยวมักนิยมซื้อน้ำหอม เพราะฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับน้ำหอมหลายยี่ห้อ ซึ่งราคาจะถูกกว่าที่นำมาขายในต่างประเทศมาก เมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ ได้แก่เมืองนีส คานส์ ริเวียร่า ยี่ห้อน้ำหอมที่ขึ้นชื่อที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าตำรับได้แก่ Christian Dior และน้ำหอมของ Caron, Givenchy, Rochas, Guerlain, Paco Rabanne เป็นต้น
นอกจากนี้ฝรั่งเศสยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่น ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่นทั่วโลก เสื้อผ้าที่นี่ทันสมัยถูกใจสาวๆนักช้อปปิ้งแน่นอนค่ะ
เครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์
ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงด้านนี้อย่างมาก เพราะ เป็นแหล่งผลิตของไวน์ และแชมเปญที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน
อาหารท้องถิ่น: เที่ยวชมรอบเมืองแล้ว ก็ต้องแวะชิมอาหารเลื่องชื่อของฝรั่งเศสกันซักหน่อย เพราะประเทศนี้เขาโด่งดังด้านอาหารการกินอย่างมาก นอกจากไวน์ และ แชมเปญที่แล้ว สำหรับขนมปังก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ขนมปังของฝรั่งเศสจะเรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใคร ด้วยการทำเป็นทรงยาวกว่า 2 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 นิ้ว รูปร่างคล้ายกระบองเลย เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้นๆ ส่วนอีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซองต์ นอกจากนี้ยังมี เครป และ เอแคลร์ ขนมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวฝรั่งเศส
สถานที่ท่องเที่ยวในฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสที่สถานที่เที่ยวงดงามหลายแหล่ง ดึงดูนักท่องเที่ยวเข้ามาชมมากมายเลยทีเดียว
สถานที่โดดเด่น เช่น หอไอเฟล หอคอยโครงสร้างเหล็ก ที่Champ de Mars บริเวณแม่น้ำ แซน ในเมืองปารีส ประตูชัยอนุสรณ์สถาน Pantheon พิพิธพัณฑ์ต่างๆเช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศ ศูนย์ศิลปะฌอร์ช ปอมปิดู พิพิธภัณฑ์การโฆษณา พิพิธภัณฑ์แฟชั่น ประตูชัย ตกแต่งด้วยรูปสลักอันสวยงามต่างๆเช่น ผลงานชื่อ เดอปาร์ต เดส์ โวล็องติเอส หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ลา มาร์แซย์แยส นอกจากนี้ปารีสยังเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาไม่น่าเบื่อ
นอกจากนี้ฝรั่งเศสยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่น ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่นทั่วโลก เสื้อผ้าที่นี่ทันสมัยถูกใจสาวๆนักช้อปปิ้งแน่นอนค่ะ
เครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์
ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงด้านนี้อย่างมาก เพราะ เป็นแหล่งผลิตของไวน์ และแชมเปญที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน
อาหารท้องถิ่น: เที่ยวชมรอบเมืองแล้ว ก็ต้องแวะชิมอาหารเลื่องชื่อของฝรั่งเศสกันซักหน่อย เพราะประเทศนี้เขาโด่งดังด้านอาหารการกินอย่างมาก นอกจากไวน์ และ แชมเปญที่แล้ว สำหรับขนมปังก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ขนมปังของฝรั่งเศสจะเรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใคร ด้วยการทำเป็นทรงยาวกว่า 2 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 นิ้ว รูปร่างคล้ายกระบองเลย เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้นๆ ส่วนอีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซองต์ นอกจากนี้ยังมี เครป และ เอแคลร์ ขนมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวฝรั่งเศส
สถานที่ท่องเที่ยวในฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสที่สถานที่เที่ยวงดงามหลายแหล่ง ดึงดูนักท่องเที่ยวเข้ามาชมมากมายเลยทีเดียว
สถานที่โดดเด่น เช่น หอไอเฟล หอคอยโครงสร้างเหล็ก ที่Champ de Mars บริเวณแม่น้ำ แซน ในเมืองปารีส ประตูชัยอนุสรณ์สถาน Pantheon พิพิธพัณฑ์ต่างๆเช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศ ศูนย์ศิลปะฌอร์ช ปอมปิดู พิพิธภัณฑ์การโฆษณา พิพิธภัณฑ์แฟชั่น ประตูชัย ตกแต่งด้วยรูปสลักอันสวยงามต่างๆเช่น ผลงานชื่อ เดอปาร์ต เดส์ โวล็องติเอส หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ลา มาร์แซย์แยส นอกจากนี้ปารีสยังเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาไม่น่าเบื่อ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)